"เราไม่ทิ้งกัน" แต่...




“โรคระบาดไม่เคยเลือกสัญชาติ” เป็นคำกล่าวที่ไม่น่าเกินจริงนัก แต่กับคนอีกกลุ่มหนึ่ง มันไม่ใช่เพียงแค่การติดโรคระบาดในเชิงกายภาพเพียงเท่านั้น แต่กลับหมายรวมถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจของพวกเขาอีกจะเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ ที่พรมแดนไม่อาจแบ่งกั้นระบบเศรษฐกิจอีกต่อไป

.

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ อันดับสอง รองจากกรุงเทพมหานคร และมีการจ้างงานแรงงานข้ามชาติอยู่ประมาณหนึ่งแสนคน หลายภาคส่วนยอมรับว่าแรงงานเหล่านี้ช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

.

ตั้งแต่สถานการณ์โรคโควิด-19 เริ่มระบาด จนสถานการณ์ปัจจุบันเริ่มคลี่คลาย มีแรงงานที่อยู่ในงานภาคบริการเช่น โรงแรม หรือ สถานท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาเป็นประชากรของแรงงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็น แหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นของประเทศไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการฟื้นตัวช้าที่สุด

.

แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายออกมาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากโรคโควิด-19 ไม่ว่าผ่านทางส่วนที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม หรือ “โครงการเราไม่ทิ้งกัน” แต่ “แรงงานข้ามชาติ” ในประเทศไทย แทบจะเข้าไม่ถึงสิทธิในการเยียวยาใด ๆ เลยในสถานการณ์โรคระบาดนี้ เนื่องจากการใช้สิทธินั้นเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับพวกเขา ทั้งภาษา การรับรู้ข่าวสาร ความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยา และเงื่อนไขเรื่องสัญชาติ พวกเขายังคงต้องดำรงชีพจากการบริจาค และเงินสะสมเพียงเล็กน้อยในการทำงานมาก่อนหน้านี้

.

ในเวลานี้หลายคนอาจจะเข้าใจคำว่าจิตสำนึกส่วนรวมอย่าง “เราไม่ทิ้งกัน” แต่ในมุมนึง...แต่... เรากลับหลงลืมและทอดทิ้งใครบางคนในสังคมไปอีกหรือเปล่า

.

เสียงสะท้อนของคุณกิ่ง- ปสุตา ชื้นขจร จากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ซึ่งเป็นเครือข่ายทำงานร่วมกับหิ่งห้อยน้อยในการนำผ้าอนามัยส่งไปให้กับเพื่อนแรงงานข้ามชาติในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ดู 0 ครั้ง
สมัครสมาชิกหิ่งห้อยน้อยคลับ
"หิ่งห้อยน้อย" เพื่อนในความมืด

หิ่งห้อยน้อยเป็นเพื่อนที่คอยรับฟังและช่วยเหลือเด็ก ๆ ทุกคนที่เข้ามาในหิ่งห้อยน้อยคลับ  หิ่งห้อยน้อยไม่มีเพศ ไม่มีอายุ ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีศาสนา ไม่มีรูปร่างและสีที่ชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม

 

  • White Facebook Icon
  • White YouTube Icon