#blacklivesmatter


✊🏽✊🏾✊🏿

เราไม่เคยคิดหรอกนะว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเกี่ยวกับการเหยียดสีผิวในอเมริกา มันจะเลวร้ายขนาดนี้ เรายังไม่กล้าดูคลิปหรือดูข่าวเพิ่มจากข่าวการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ แต่ก็เห็นว่ามีมิชฉาชีพหลายคนที่สวมชุดสีดำ ใช้สถานการณ์นี้สร้างความเกลียดชังเพิ่มต่อคนผิวสีและทำหลายอย่างที่น่ากลัว จนไม่คิดว่า สิ่งที่อำมหิต โหดเหี้ยมเหล่านี้จะกลับคืนมาปรากฏบนโลกเราอีกครั้ง

.

ดูเหมือนเสียงหัวเราะเย้ยหยันของคนขาวที่เหนือมนุษย์ที่มีเฉดสีผิวอื่น ๆ ในคลิปข่าวสั้น ๆ ที่เราดูมันผ่านน่าสะอิดสะเอียด หรือแม้คำพูด ทวีตและทัศนคติของผู้นำอเมริกาผ่านข่าวต่างประเทศที่เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้น มันน่าจะนำหายนะไปสู่คนอีกมากมายหลังจากนี้ได้

.

มีอะไร ที่ทำให้เรารู้สึก ? เราเป็นคนเอเชีย สีผิวของเราสีเหลือง

เราไปสนิทหรือรู้จักคนผิวสี แอฟริกัน หรือแอฟริกัน-อเมริกันมากแค่ไหน ?

.

คำตอบคือ เพราะเรารู้สึกว่าก็คือคน ๆ หนึ่งเหมือนกันกับเรา

.

ตอนเด็ก ๆ เราก็เห็น มอรีส เค ที่เป็นดาราชายคนเดียวที่เป็นคนผิวสี ที่ปรากฏในสื่อไทย คนไทยเรียกคนผิวสีดำอย่างนั้นว่า นิโกร เท่าที่เราจะเข้าถึงเราก็เรียกนิโกรตามเขา โตขึ้นมาหน่อย เราก็เริ่มเข้าใจว่าคำว่านิโกร เป็นคำเหยียด เราดูหนังเรื่องเทวดาท่าจะบ๊อง สนุกมาก คนผิวดำในความคิดของเรา เป็นเหมือนคนป่า คนชนเผ่า ตอนเป็นเด็ก เราไม่มีสื่ออื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับคนผิวสีดำมากเท่ากับปัจจุบัน

.

ตอนนั้นเราก็เริ่มได้ยินข่าวว่าคนผิวสีดำที่เข้ามาในไทย มีการลักลอบค้ายาและฟอกเงิน นอกจากนั้นครูยังบอกว่า คนผิวดำในทวีปแอฟริกาติดเชื้อเอชไอวีจำนวนมาก ข้อมูลและข่าวพวกนี้ มีให้เราเห็นมากขึ้น รวมทั้งการตีตราว่า คนผิวสีเหล่านี้ สกปรก และเป็นอาชญากร ตอนเป็นเด็กเรารู้สึกกลัวคนผิวสีดำมาก แต่ถึงอย่างนั้น โลกของเด็กอย่างเราก็ยังเป็นโลกในกรอบเล็ก ๆ ที่เราเองไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เกือบทั้งหมดนั้นมันคืออคติ และมุมมองที่สื่อสร้างให้เรามองตามนั้น

.

พอโตขึ้น ยุคที่มีอินเตอร์เน็ต เราสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ จากเด็กต่างจังหวัดที่มีข้อมูลไม่มาก เราก็มีบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับคนผิวสีมากขึ้น ในชั้นเรียนเราได้เรียนวรรณกรรมแอฟริกัน และวรรณกรรมแอฟริกัน-อเมริกัน เพิ่มขึ้น แม้ว่าในหลักสูตรวรรณกรรมสำหรับเด็ก อาจจะมีสื่อให้เรียนไม่มาก แต่ก็กลายเป็นว่าวรรณกรรมร่วมสมัยเรื่องเดียวที่เราประทับใจมากที่สุดก็คือวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนผิวสี เรื่อง “รักต่างสี” ของนาดีน กอร์ดิเมอร์ ที่มันทำให้มุมมองของสีผิว และความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับความหลากหลายของมนุษย์ กลายเป็นมุมมองใหม่ ๆ ที่ทำให้เราเลิกกลัวคนผิวสีดำ และเมื่อเราได้ลองอ่านหนังสือหลาย ๆ เล่มเพิ่ม มีครูที่คอยสอนเรื่องการเหยียดสีผิวกับวรรณกรรมเด็กในอเมริกาเพิ่มอีก ยกตัวอย่างเช่น นักเขียนชื่อดังอย่างโรอัลด์ ดาห์ลเอง ก็มีการปรับเนื้อเรื่องโรงงานช็อกโกแลตใหม่เกี่ยวกับอูมปาลูมป้าอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่สังเกตว่าในยุคของการเปลี่ยนผ่านเหล่านั้น มีสื่อเด็กจำนวนมาก ที่ยังทำงานรับใช้สังคมคนผิวขาว ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอยู่เป็นระยะเวลานาน และมีนักเขียนหรือคนสร้างสื่อน้อยคนที่จะลุกขึ้นมาทำงานต้านทานอคติแห่งการเหยียดสีผิว

.

ตั้งแต่นั้นมา เราก็เริ่มดูหนัง อ่านหนังสือ และฟังเพลงของคนผิวสีมากขึ้น Stranger Fruit ของบิลลี่ ฮอลิเดย์ , นีน่า ซีโมน นักร้องหญิงผิวสีที่ทำให้เราร้องไห้หนักมากเพราะเรื่องราวการต่อสู้ของเธอ รวมทั้งเรื่องราวของแอฟริกัน-อเมริกัน อย่างไมเคิล แจ็กสันที่เปลี่ยนสีผิวจากดำเป็นขาว หนังซีรีส์ใน Netflix อย่าง ชีวิตของผู้หญิง และคนที่มีความหลากหลายทางเพศที่เป็นคนผิวสีในอเมริกาใน Orange is the new black, 12 years is slave,The Help,Precious,Tangerine,I am not your negro และหนังหลายเรื่องทำให้เราเห็นความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่จริง เราติดตามและยอมรับแนวคิด Black is beauty ในมิติที่เราสนใจ และมีพิธีกรชื่อโอปราห์ วินฟรีย์ ที่กลายมาเป็น “คนผิวสี” อีกคนที่เราต้องเปิดฟังและติดตามประเด็นที่เธอสนใจ

.

และแล้วชีวิตในโลกเล็ก ๆ ของเรา ก็ได้มีโอกาสไปทำงานกับคนผิวสี จุดที่สะท้อนความสนใจของเราที่สุดเกี่ยวกับเด็กและความหลากหลายทางสีผิวมากที่สุดก็คือ ตอนที่เราไปทำงานที่ยูกันดาเมื่อปี 2017 เราได้เห็นเด็กผู้หญิงกำลังเล่นตุ๊กตาที่มีสีผิวสีขาว ซึ่งมันทำให้เราอึ้งและสะเทือน ตุ๊กตาผิวขาวมันสะท้อนให้เห็นเลยว่า แม้แต่ของเล่นเด็กที่พวกเราเล่น มันยังถูกกลืนกินด้วยความเหลื่อมล้ำของสีผิว เราเองก็เป็นเด็กอีกคนที่โตขึ้นมากับตุ๊กตาบาร์บี้ หนังสือแปลและหนังต่างประเทศที่มีแต่เรื่องราวของคนผิวขาว

.

เราก็เลยตั้งคำถามกับตัวเองมาเรื่อย ๆ ว่า สิ่งที่สังคมและสื่อที่เราได้รับมาตลอดในช่วงวัยเด็กทำให้เราเป็นคนที่เหยียดสีผิวมั้ย เราจะทำอะไรได้บ้าง ? มันไม่ชัดแน่ ๆ จนกว่าเราจะได้อยู่ร่วมกับเค้าจริง ๆ ในเมืองไทย เราไม่ได้พบปะหรือเกี่ยวข้องกับคนที่มีผิวสีดำมากนัก

.

จนเราในที่สุด เราก็ได้ไปใช้ชีวิต ได้ทำงาน ได้มีเพื่อน ได้มีคนรักเป็นคนผิวสีที่เป็นผิวสีดำ แตกต่างจากสีผิวของเรา

.

ถ้าให้เรามองจากมุมของเรา พวกเค้ามีลักษณะโดดเด่นคือ รักพวกพ้อง เหมือนเป็นเครือญาติ ยิ่งถ้าศาสนาเดียวกัน จะแน่นแฟ้นมากขึ้นเป็นพิเศษ มากเสียจนเอเชียนอย่างเราดูเป็นพวกรักสันโดษขึ้นมาทันที ซึ่งเราก็เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วการรวมกลุ่มกันของพวกเค้าก็ต้องการป้องกัน ต้องการพื้นที่ของเสียงเพราะพวกเค้ารู้ว่าเค้าต้องเผชิญกับการการเหยียดสีผิว หรือว่าการตีตรา ความหวาดกลัวและอคติที่เกิดขึ้นมาจากสีผิว มันมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก แต่ก็นั่นแหละ มันมีทั้งแง่บวกและลบในตัวมันเอง ซึ่งเราก็ไม่สามารถตัดสินว่า มนุษย์ทุกคนเหมือนกันด้วยเหตุผลแห่งสีผิวเช่นกัน

.

ยิ่งคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ความพิการ ความแตกต่างที่เป็นอัตลักษณ์บนเนื้อตัวที่มีสีดำด้วยแล้ว พวกเค้าจะถูกเหยียด ถูกทรมาน ถูกขู่เข็ญหนักหนามากกว่าคนผิวดำมีการศึกษา มีเงินทองไปอีกหลายเท่า จนประสบการณ์เท่าที่มีของเรา บอกว่า เราต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้ต่อไป รวมทั้งในงานของหิ่งห้อยน้อยด้วย

.

เราใช้เวลาส่วนหนึ่ง ร้องไห้และหัวเราะไปกับการศึกษางานที่เป็นสื่อและศิลปะของแบล็กเควียร์เป็นพิเศษ Watermelon Woman ของเชอรีล ดูลเย่ The color purple ของอลิซ วอล์กเกอร์ และเรื่องสั้นที่เราพอจะหาอ่านได้ รวมไปถึงเพลงของเทรซี่ แชปแมน รวมถึง Black queer activist อย่างทันย่า คอมพาส ที่ทำงานรวมเควียร์เยาวชนผิวสีให้มีงานคริสมาสต์ร่วมกัน หรือเควียร์ ทรานส์ สกายเลอร์ คูเปอร์ ที่เป็นนักแสดงซึ่งสามารถรับบทแสดงได้ทุกเพศ ฯลฯ

.

เรามีเพื่อน มีเพื่อนสนิทและคนรักที่เป็นคนผิวสีดำ

.

"มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับสีผิวเลย คนทุกคนก็เหมือนกัน" เราบอกกับหลานสาวของเรา ตอนที่หลานมาเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนที่โรงเรียนเป็นคนผิวสี เพิ่งย้ายมาใหม่ แล้วเขาก็ถูกเพื่อน ๆ ในโรงเรียนบูลลี่

.

ในขณะที่เราเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า ทุกคน ก็เป็นคนเหมือน ๆ กัน แต่กลับกลายเป็นว่า ความโหดร้ายทุกอย่างเกิดจากต้นตอเพราะความแตกต่างนั่นแหละ มันเลยสร้างกำแพงที่เป็นความเกลียดชังและความกลัวมากขึ้น

.

โลกสำหรับพวกเค้า มันเลยไม่เคยมีความยุติธรรม เพื่อนบางคนเคยพูดว่า พวกเค้าอยากให้สีผิวที่เป็นสีดำอยู่แล้ว ดำมากไปกว่านี้อีก พวกเค้าอยากให้โลกรู้ถึงความแตกต่างที่มีอยู่จริงระหว่างคนกับคน

.

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนึงที่เราเคยเดินกับเพื่อนชาวยูกันดา บนถนนที่กดัญสค์ แล้วมีคนผิวขาวถุยน้ำลายใส่หน้าหน้าเค้า เราทำอะไรไม่ถูกเลยจริง ๆ และนั่นเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกที่เราเข้าใจถึงคำที่เรียกว่า การเหยียดสีผิว และเราก็ยังจำเรื่องราวนั้นได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม

.

เรากับเพื่อนผิวสีดำก็เหมือนกันทุกอย่าง


รวงทัพพ์ แก้วแกมจันทร์

ดู 57 ครั้ง
สมัครสมาชิกหิ่งห้อยน้อยคลับ
"หิ่งห้อยน้อย" เพื่อนในความมืด

หิ่งห้อยน้อยเป็นเพื่อนที่คอยรับฟังและช่วยเหลือเด็ก ๆ ทุกคนที่เข้ามาในหิ่งห้อยน้อยคลับ  หิ่งห้อยน้อยไม่มีเพศ ไม่มีอายุ ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีศาสนา ไม่มีรูปร่างและสีที่ชัดเจน

อ่านเพิ่มเติม

 

  • White Facebook Icon
  • White YouTube Icon